คำนวณขนาด QR Code สำหรับพิมพ์
พิมพ์เล็กไปลูกค้าสแกนไม่ติด พิมพ์ใหญ่ไปก็เปลืองพื้นที่ป้าย บอกระยะที่คนจะยืนสแกนแล้วดูขนาดที่ควรใช้ได้เลย
ตัวเลขนี้มาจากไหน
กฎที่คนทำป้ายใช้กันคืออัตราส่วน 10 ต่อ 1 ระหว่างระยะสแกนกับขนาด QR มาจากข้อจำกัดของกล้องที่ต้องแยกจุดเล็กที่สุดใน QR ให้ออกจากจุดข้างเคียงให้ได้ ยิ่งยืนไกล จุดในภาพที่กล้องเห็นยิ่งเล็กลง ขนาดที่พิมพ์จึงต้องโตขึ้นตามระยะแบบตรงไปตรงมา
ส่วนความยาวข้อมูลมีผลเพราะข้อมูลยิ่งมาก QR ยิ่งต้องใช้จุดมากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม แต่ละจุดจึงเล็กลง หน้านี้เลยเผื่อขนาดขึ้นให้ตามความยาวที่เลือก ถ้าอยากให้ป้ายเล็กลงจริงๆ วิธีที่ได้ผลกว่าการเพิ่มขนาดคือทำลิงก์ให้สั้นลง ตั้งแต่ต้น
ก่อนส่งโรงพิมพ์
- ถ้าโรงพิมพ์รับไฟล์เวกเตอร์ ให้ส่ง SVG จากปุ่มดาวน์โหลดในหน้าแรก ขยายเท่าไหร่ก็คม ไม่ต้องสนใจ DPI
- ถ้าต้องส่ง PNG ให้ใช้จำนวนพิกเซลตามที่คำนวณไว้ข้างบน อย่าเอารูปเล็กไปขยายเอง
- พิมพ์ตัวอย่างจริงมาทดสอบสแกนก่อนสั่งจำนวนมากเสมอ กระดาษกับหมึกทำให้สีซีดกว่าบนจอ
- ถ้าพิมพ์แล้วสแกนไม่ติด ไล่ดูสาเหตุได้ที่บทความ QR Code สแกนไม่ได้
คำถามที่พบบ่อย
QR Code ควรพิมพ์ขนาดเท่าไหร่
ใช้กฎ 10 ต่อ 1 คือขนาด QR ควรเป็นหนึ่งในสิบของระยะที่คนจะยืนสแกน ยืนห่างหนึ่งเมตรใช้ QR สิบเซนติเมตร ยืนห่างสามเมตรใช้สามสิบเซนติเมตร และไม่ว่ากรณีไหนก็ไม่ควรเล็กกว่าสองเซนติเมตร
QR Code เล็กที่สุดที่ยังสแกนติดคือเท่าไหร่
ราวสองเซนติเมตรสำหรับข้อมูลสั้นๆ อย่างลิงก์ที่ไม่ยาวมาก ถ้าข้อมูลยาวขึ้นลวดลายจะถี่ขึ้นและต้องพิมพ์ใหญ่ขึ้นตาม กล้องมือถือรุ่นใหม่อ่านได้ดีขึ้นก็จริง แต่ป้ายจริงมักเจอแสงน้อยและมือสั่นด้วย จึงควรเผื่อไว้
ส่งโรงพิมพ์ต้องใช้ไฟล์ความละเอียดเท่าไหร่
งานพิมพ์ทั่วไปใช้ 300 DPI ให้เอาขนาดเป็นนิ้วคูณ 300 จะได้จำนวนพิกเซลที่ต้องการ แต่ถ้าเป็นไปได้ให้ส่งเป็นไฟล์ SVG แทน เพราะเป็นเวกเตอร์ที่ขยายเท่าไหร่ก็คมเสมอ ไม่ต้องคำนวณ DPI เลย
ต้องเว้นขอบขาวรอบ QR ไหม
ต้องเว้น ขอบขาวรอบตัวรหัสคือส่วนที่ทำให้กล้องแยกออกว่าลวดลายเริ่มตรงไหน มาตรฐานกำหนดไว้เท่ากับความกว้างของจุดสี่จุด ประมาณหนึ่งในสิบของด้าน QR ถ้าครอปจนขอบหายจะสแกนยากขึ้นมาก