พร้อมเพย์ร้านค้ากับบุคคลธรรมดา ต่างกันยังไง
พร้อมเพย์ร้านค้ากับพร้อมเพย์บุคคลธรรมดาต่างกันตรงไหน ใช้เบอร์ตัวเองรับเงินร้านได้ถึงเมื่อไหร่ และ QR ที่สร้างเองกับที่ธนาคารออกให้ไม่เหมือนกันยังไง
ร้านที่เพิ่งเริ่มขายมักใช้พร้อมเพย์เบอร์มือถือของเจ้าของรับเงินไปก่อน ซึ่งใช้ได้จริงและไม่ผิดอะไร แต่พอยอดเริ่มเยอะขึ้นก็จะเจอคำถามเดิมทุกร้าน คือควรเปลี่ยนไปใช้พร้อมเพย์ร้านค้าหรือยัง และเปลี่ยนแล้วได้อะไรเพิ่ม
คำตอบขึ้นกับว่าคุณเจ็บกับอะไรอยู่ บทความนี้แยกให้เห็นว่าสองแบบต่างกันตรงไหนจริงๆ และตรงไหนที่คนเข้าใจสลับกันบ่อย
พร้อมเพย์มีกี่แบบกันแน่
คำว่าพร้อมเพย์ถูกใช้ปนกันจนสับสน จริงๆ แล้วต้องแยกเป็นสองชั้น ชั้นแรกคือเลขที่ผูกกับบัญชี ชั้นที่สองคือรูปแบบการรับเงิน
ชั้นแรก เลขที่ผูกได้มีสามแบบ คือเบอร์มือถือ เลขบัตรประชาชน และเลขทะเบียนนิติบุคคลสิบสามหลัก สองแบบแรกเป็นของบุคคลธรรมดา ส่วนแบบหลังต้องจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนก่อน
ชั้นที่สอง คือรับเงินแบบโอนเข้าบัญชีตามปกติ กับรับเงินผ่านระบบร้านค้าของธนาคาร ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับว่าคุณผูกเลขอะไรไว้ ร้านที่ใช้เบอร์ส่วนตัวก็ยังขอ QR ร้านค้ากับธนาคารได้ในหลายกรณี
ตารางเทียบสิ่งที่ได้จริง
| หัวข้อ | รับเงินเข้าบัญชีตามปกติ | QR ร้านค้าที่ธนาคารออกให้ |
|---|---|---|
| ใครสร้าง QR ได้ | สร้างเองได้ฟรีทันที | ต้องยื่นเรื่องกับธนาคาร |
| เงินเข้าไหน | บัญชีที่ผูกเลขไว้ | บัญชีที่ลงทะเบียนกับธนาคาร |
| แจ้งเตือนยอดเข้า | เหมือนเงินโอนเข้าทั่วไป | มีแบบร้านค้า บางที่มีเครื่องพูดยอด |
| รายงานยอดขาย | ต้องไล่ดูรายการเดินบัญชีเอง | มีสรุปให้ในแอปสำหรับร้านค้า |
| แยกพนักงานหรือสาขา | ทำไม่ได้ | ทำได้ในบางบริการ |
| เอกสารที่ต้องเตรียม | ไม่ต้อง | บัตรประชาชน ทะเบียนร้าน หรือเอกสารตามที่ธนาคารขอ |
ตารางนี้บอกอย่างหนึ่งชัดเจน สิ่งที่คุณจ่ายเพิ่มเมื่อขยับไปเป็นระบบร้านค้าไม่ใช่ความสามารถในการรับเงิน เพราะรับได้เหมือนกันทั้งคู่ แต่เป็นเรื่องการจัดการหลังบ้าน คือรู้ว่าเงินก้อนไหนมาจากการขาย ใครเป็นคนรับ และสรุปยอดสิ้นวันได้โดยไม่ต้องนั่งไล่สลิป
QR ที่สร้างจากเว็บนี้เป็นแบบไหน
ตัวสร้างของเราทำ QR ตามมาตรฐาน Thai QR Payment ของ EMVCo แบบโอนเข้าบัญชี โดยรับได้ทั้งเบอร์มือถือและเลขสิบสามหลัก ซึ่งครอบคลุมทั้งเลขบัตรประชาชนและเลขทะเบียนนิติบุคคล ถ้าร้านคุณจดบริษัทแล้วและผูกพร้อมเพย์ไว้กับเลขนิติบุคคล ใส่เลขนั้นลงไปได้เลย
สิ่งที่เราทำให้ไม่ได้คือ QR ร้านค้าที่ผูกกับระบบหลังบ้านของธนาคาร เพราะมันต้องมีรหัสร้านค้าที่ธนาคารออกให้เท่านั้น ถ้าคุณอยากได้การแจ้งเตือนแบบร้านค้าหรือรายงานยอดขาย ต้องเดินเรื่องกับธนาคารของคุณ ไม่มีเว็บไหนสร้างให้ได้
อีกอย่างที่ควรรู้คือช่องจำนวนเงินในตัวสร้างเปลี่ยนชนิดของ QR จริงๆ ไม่ได้แค่แสดงผล ถ้าไม่ใส่จำนวนเงิน จะได้ QR แบบใช้ซ้ำได้ไม่จำกัดครั้ง เหมาะกับป้ายติดถาวรหน้าร้าน ถ้าใส่จำนวนเงิน จะได้ QR ที่ตั้งใจให้ใช้ครั้งเดียว เหมาะกับการส่งให้ลูกค้าในแชทตอนปิดการขายหรือใส่ลงใบแจ้งหนี้ ขั้นตอนกรอกทีละช่องอยู่ในวิธีสร้าง QR พร้อมเพย์รับเงิน ส่วนการทำ QR ใส่ยอดหนึ่งใบต่อหนึ่งบิลสำหรับงานวางบิล อยู่ในQR Code ใบแจ้งหนี้ ใส่จำนวนเงินอัตโนมัติ

ภาพนี้เอา QR พร้อมเพย์ที่สร้างแบบใส่ยอด 45 บาทไปเข้าตัวอ่าน QR จากรูป บรรทัดประเภทจะขึ้นว่าใช้ครั้งเดียว ถ้าเว้นช่องจำนวนเงินไว้จะขึ้นว่าใช้ซ้ำได้ ใช้วิธีเดียวกันนี้ตรวจป้ายของร้านตัวเองได้ว่าเงินจะเข้าเลขไหน (เลขในภาพเป็นเลขตัวอย่าง ไม่ใช่บัญชีของใคร)
เมื่อไหร่ควรขยับไปเป็นระบบร้านค้า
ไม่มีตัวเลขยอดขายตายตัว ให้ดูจากอาการเหล่านี้แทน ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่งเป็นประจำ แปลว่าถึงเวลาแล้ว
ต้องให้ลูกค้าโชว์สลิปทุกครั้ง เพราะคุณไม่รู้ว่าเงินเข้าหรือยัง ยิ่งช่วงคนเยอะยิ่งช้า และเปิดช่องให้สลิปปลอมเข้ามาได้
มีพนักงานหน้าร้าน แล้วคุณไม่อยากให้ทุกคนเห็นยอดเงินในบัญชีส่วนตัวของคุณ
แยกไม่ออกว่าเงินไหนคือเงินร้าน เวลาสรุปยอดสิ้นเดือน เงินค่าขายปนกับเงินที่เพื่อนโอนคืน ทำให้ทำบัญชียากและคุยกับสรรพากรลำบากถ้าถูกถาม
มีหลายสาขาหรือหลายช่องทาง แล้วต้องรู้ว่ายอดไหนมาจากที่ไหน
ถ้าไม่เจอข้อไหนเลย ใช้ป้ายพร้อมเพย์ที่สร้างเองต่อไปก็เพียงพอ อย่าเพิ่งเสียเวลาเดินเอกสาร
เรื่องภาษีที่ต้องเข้าใจก่อน
ประเด็นนี้คนสับสนมากที่สุด การใช้พร้อมเพย์ร้านค้าไม่ได้ทำให้เสียภาษีมากขึ้น และการใช้บัญชีส่วนตัวก็ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสีย เงินที่ได้จากการขายถือเป็นรายได้ที่ต้องยื่นตามจริงไม่ว่าจะรับผ่านช่องทางไหน
สิ่งที่ต่างกันคือความยากง่ายในการพิสูจน์ ถ้าเงินร้านปนกับเงินส่วนตัวในบัญชีเดียว เวลาต้องอธิบายที่มาของแต่ละรายการจะเหนื่อยมาก การแยกบัญชีสำหรับรับเงินร้านโดยเฉพาะช่วยตรงนี้ได้ แม้จะยังเป็นบัญชีบุคคลธรรมดาอยู่ก็ตาม
อีกเรื่องคือธนาคารมีหน้าที่รายงานบัญชีที่มีธุรกรรมรับเงินถึงเกณฑ์ที่กำหนดให้กรมสรรพากรทราบ เกณฑ์นี้ปรับได้และไม่เกี่ยวกับว่าเป็นบัญชีร้านค้าหรือไม่ ให้ตรวจเกณฑ์ปัจจุบันกับสรรพากรหรือธนาคารของคุณโดยตรง และถ้ายอดขายเริ่มเป็นเรื่องเป็นราว ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีสักครั้งจะคุ้มกว่าเดาเอง
ทำป้ายรับเงินให้ปลอดภัยกว่านี้
ไม่ว่าจะใช้แบบไหน ป้ายรับเงินหน้าร้านมีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่ป้ายแบบอื่นไม่มี เพราะมิจฉาชีพเอาสติกเกอร์ QR ของตัวเองไปแปะทับได้
ตรวจป้ายตัวเองทุกเช้า ก่อนเปิดร้าน สแกนป้ายของตัวเองหนึ่งครั้งแล้วดูว่าชื่อบัญชีที่ขึ้นบนแอปยังเป็นชื่อคุณอยู่ไหม ใช้เวลาสิบวินาที
เอาไฟล์ป้ายไปตรวจซ้ำได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าไฟล์ที่ส่งโรงพิมพ์เป็นอันที่ถูกต้อง ถ่ายรูปหรือเปิดไฟล์แล้ววางลงในตัวอ่าน QR จากรูป มันจะถอดเลขพร้อมเพย์ปลายทางกับจำนวนเงินที่ฝังอยู่ออกมาให้เห็นเป็นตัวหนังสือ ก่อนที่ป้ายจะถูกพิมพ์เป็นร้อยใบ
เคลือบและติดให้แน่น ป้ายที่ลอกออกง่ายคือป้ายที่ถูกแปะทับง่าย ป้ายอะคริลิกที่ยึดกับเคาน์เตอร์แน่นหนาปลอดภัยกว่าสติกเกอร์กระดาษ วัสดุแต่ละแบบทนต่างกันแค่ไหนและควรติดตรงไหน อยู่ในป้าย QR Code หน้าร้าน ติดตรงไหน ใช้วัสดุอะไร
พิมพ์ชื่อบัญชีกำกับไว้ใต้ QR ลูกค้าจะได้เทียบกับชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอตัวเองก่อนกดโอน เป็นด่านสุดท้ายที่ได้ผลดีที่สุด
ส่วนภาพรวมของ QR ประเภทอื่นที่ร้านใช้ได้ ดูได้จากวิธีสร้าง QR Code ทีละขั้น
คำถามที่พบบ่อย
ใช้พร้อมเพย์เบอร์ตัวเองรับเงินลูกค้าได้ไหม
ได้ ไม่มีอะไรห้าม และร้านเล็กจำนวนมากก็ทำแบบนี้ แต่ควรรู้ว่าเงินที่เข้ามาถือเป็นรายได้ที่ต้องยื่นภาษีตามจริง และเมื่อยอดกับความถี่มากขึ้นจะเริ่มเจอปัญหาเรื่องการแยกเงินร้านออกจากเงินส่วนตัว
QR พร้อมเพย์ที่สร้างเองกับที่ธนาคารทำให้ ต่างกันยังไง
QR ที่สร้างเองเป็นการโอนเข้าบัญชีตามปกติ ส่วน QR ร้านค้าที่ธนาคารออกให้จะผูกกับระบบของธนาคาร ทำให้มีการแจ้งเตือนยอดเข้าแบบร้านค้า มีรายงานยอดขาย และบางธนาคารมีอุปกรณ์แจ้งเตือนด้วยเสียงให้ ต้องติดต่อขอกับธนาคารโดยตรง สร้างเองไม่ได้
เปิดพร้อมเพย์ด้วยเลขนิติบุคคลแล้ว QR ที่สร้างจากเว็บนี้ยังใช้ได้ไหม
ใช้ได้ ตัวสร้างรับเลข 13 หลักซึ่งครอบคลุมทั้งเลขบัตรประชาชนและเลขทะเบียนนิติบุคคล ใส่เลขที่ผูกพร้อมเพย์ไว้กับธนาคารลงไปได้เลย แต่ต้องผูกกับธนาคารให้เรียบร้อยก่อน ไม่ใช่แค่มีเลข
ระบุจำนวนเงินไว้ในป้ายหน้าร้านดีไหม
ไม่ควร ป้ายที่ติดถาวรควรเป็นแบบไม่ระบุจำนวน ลูกค้าจะกรอกยอดเอง ส่วนแบบระบุจำนวนเหมาะกับการส่งให้ลูกค้าเป็นรายครั้ง เช่น ส่งในแชทตอนปิดการขาย เพราะถ้าติดป้ายที่ล็อกยอดไว้ ลูกค้าที่ซื้อของราคาอื่นจะจ่ายผิด